Wellcome to EBM group

ยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนค่ะ ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเรียนEvidence Based Medicine ของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่


Staffs


11/07/2009

บันทึกรัก cororanod (ต่อ)

สวัสดีวันเสาร์

หลังจากที่ตกใจ แปลกใจ กังวลใจ หรืออะไรต่างๆในการทำงานวันแรกที่ผ่านมา วันนี้จึงขอออมแรงกันเสียหน่อย สมาชิกในบ้านของเราวันนี้ลดจำนวนลงเป็น 5 คนเพราะติดภารกิจต้องไปติว NT ที่รพ.หาดใหญ่

แสงแดด ไม่ใช่แสงสีนวลเฉกเช่นวันวาร เป็นสัญญาณเตือนว่าขณะนี้ สายเสียเหลือเกินแล้ว เอ๊ะ... ทำไมสิ่งของรอบตัวจึงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อวาน .......ที่นี่ที่ไหนกันนะ

ตั้งสติได้จึงรู้ว่าเมื่อคืนนอนผิดห้อง เผลอหลับไปห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จำไม่ได้ รู้ลางๆแค่ว่าดูกบนอกกะลา แล้วก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย รีบเปิดดูใต้ผ้าห่ม เอาล่ะ เสื้อผ้ายังอยู่ครบ มองไปรอบตัว ด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อวานเพลียมากสำหรับการไม่สบายครั้งนี้ ไอ จนเหนื่อย เช้านี้ กว่าจะหายใจได้แต่ละทีต้องออกแรงเยอะผิดปกติเหมือนได้ยินเสียง วี๊ดๆอยู่ตลอด (แต่เราไม่เคยเป็น asthma นี่นา) จากนั้นก็ผอยหลับไปอีกรอบ จากอาการปวดหัวตุ้บๆ... ได้แต่ภาวนาให้ภาพที่เห็น ห้องที่นอนอยู่เป็นเพียงแค่ฝันร้าย

อีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ก็ สะดุ้งตื่นด้วยเสียงคนงานก่อสร้างข้างบ้านที่มาปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านข้างๆ แต่ไม่เห็นมีวี่แววคนที่จะมาต่อเติม บานเกร็ดให้เราเพื่อต่อสู้กับยุงร้ายเสียที ดีดตัวเองออกมาจากที่นอนแข็งๆ รีบรุดเข้าห้องน้ำอาบน้ำ ปลุกคนโน้นคนนี้ที่ดูแล้วจะไม่มีวี่แววตื่นเลย กว่าจะเรียบร้อยกันก็สิบเอ็ดโมงเศษ เดินกันอย่างอ่อนแรงไปโรงครัว สองคนที่ยังไม่ได้อาบน้ำและอาบแล้วสามคน

ตลอดทางแทบไม่มีคนอยู่เลย ว้า...เงียบจริงๆ มีเพียงแม่บ้านหนึ่งคนที่แวะทักทายกันระหว่างทาง หลังจากปฏิเสธคำเชิญที่จะให้ร่วมกินปิ่นโตปิ๊กนิกหน้าห้องน้ำหญิง ขอบคุณมากนะป้า แล้วเราก็เดินต่อไปยังโรงครัว อาหารที่ตั้งเตรียมไว้สำหรับ 7 คน ดูเล็กน้อไปเลยเมื่อสมาชิกของเราบางคนที่สามารถจัดการกับอาหารเหล่านั้นได้เกลี้ยงโต๊ะ อาหารที่นี่ก็ค่อนข้างต้องปรับตัวกันสักเล็กน้อย ไม่ได้เอร็ดอร่อยเหมือนกับบ้านเรา แต่เลือกไม่ได้นี่ครับ อาหารเช้าที่นี่นอกจากข้าวต้มแล้วไม่มีอย่างอื่นให้ทานเลย พวกเราเกินครึ่งที่ไม่ทาน ทำให้แม่ครัวบอกว่า "คราวหน้าไม่จัดอาหารเช้าแล้วกันนะ" กลายเป็นว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะไม่มีอาหารเช้าให้เรากิน คงต้องหากินกันเองแล้วล่ะ คงลำบากไม่ใช่น้อยนะเนี่ยะ

วันหยุดถ้าไม่ได้ทำอะไรในรพช. ช่างเหงา และเหงาเสียเหลือเกิน ก็ได้แต่ทำงานบ้าน กวาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ตามเรื่องตามราว อากาศยามเที่ยง ร้อนจน อยู่เฉยๆ เหงื่อก็ออกราวกับเอาน้ำมาราดสักสองขัน ใครหนอจะเข้าใจ พัดลมเพดานที่พัดเบาๆ ราวกับกลัวว่าหากพัดแรงกว่านี้แล้ว ตัวเองจะหลุดออกมาเป็นเสี่ยงๆ วันก่อนแป๊ก โดนพัดลมตีเพราะกำลังใส่เสื้อไปรอบหนึ่ง แผลเหวอะไปเลยที่เดียว ดีนะที่อยู่ในโรงพยาบาล จึงสามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน น่าสงสาร ตอนนี้เวลาจะสวมเสื้อ หรือชูมือแต่ละครั้งก็ต้องระวัง เสียวๆว่าพัดลมจะตีโดนมืออีกคน

งานสบัดไม้บนสายเสียง ทำให้คลายเหงาบ้าง ดูก้องกริ๊จะมีความสุขไม่น้อย ที่ได้บรรเลงเพลงขิม ให้เพื่อนบ้านละแวกนั้นได้ฟัง ยังดีที่มีพี่ Ext อีกสามคนที่ให้ได้ร่วมสนทนา แลกเปลี่ยนความคิด คลายเหงาได้บ้าง การค้นพบว่า internet ในบ้านพักก็ติด เป็นอีกกิจกรรมลดเบื่อลง

หากอยู่ในชุมชนแบบนี้ แล้วเราไม่รู้จักใครเลย อยู่เพียงคนเดียว คงแย่พิลึก อยู่คนเดียว ไม่ต้องคุยกับใคร เค้าอยู่กันได้อย่างไรนะ??? เป็นอีกเรื่องที่ต้องค้นหา แล้วกิจกรรม วันว่างของพี่ๆที่นี่เค้าทำอะไรกันบ้างเหรอ เป็นเรื่องชวนฉงนอีกครั้ง

เค้าบอกให้ว่างๆ ทำงานจิตอาสา วันนี้ก็ขอทำงานจิตอาสาเป็นคนให้คำแนะนำ รับปรึกษาชีวิต ตลอดบ่ายแก่ๆ ถึงค่ำต้องนั่งพูดคุยกับ Ext ที่ดูจะมีปัญหาชีวิตรุมเร้า ค้นหา illness ออกมาจากจิตใต้สำนึก นึกถึงคอร์สภาษาอังกฤษที่น้องหญิงจันทร์จิราไปเรียน "ภาษาอังกฤษจากจิตใต้สำนึก" เป็นอย่างนี้นี่เอง

เหงา เหงา เหงา บอกไม่ถูก ค่ำแล้ว พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะ...

10/07/2009

บันทึกรัก cororanod (ต่อ)

blog ที่รัก
สวัสดีวันศุกร์

เช้าวันแรก อากาศเย็นๆที่ปลุกให้ตื่น แม้ไม่อยากลืมตาขึ้นมากนักเพราะยังเช้าอยู่ แต่ตาก็สว่างเสียจนไม่อยากจะนอนขดอยู่บนเตียง 6โมงเช้า อากาศช่างแตกต่างจากเมื่อวานก่อนนอนเสียเหลือเกิน สามสาวนอนด้วยกันสามคน หัวขวดสองคนนอนกับน้องพิว ส่วนก้องกริ๊โดนทิ้งให้นอนคนเดียวข้างบน ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงนี้ดูเธอไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ไอได้ตลอดเวลาจนคนแดง เห็นอมแต่ยาอมมะแว้ง ไม่รู้จะได้เรื่องหรือเปล่า เห็นว่าเป็น illness ล่ะ เนื่องจากไข้ใจ อิอิ

น้ำที่เปิดเต็มไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เพราะว่าถูกเตือนไว้ว่าตอนเช้าน้ำจะไม่ไหลเพราะใช้กันเยอะ บ่งบอกให้รู้ว่าเราเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดอ่อนๆ ค่อยๆทอแสงมาจากขอบฟ้าฝั่งตะวันออก ยิ่งทำให้สดชื่น ตื่นเต็มตายิ่งขึ้น สายน้ำเย็นๆจากขันที่รดตัว ช่างเย็นสบาย แต่น้ำก็ไม่ได้เย็นจัดนัก สภาพห้องน้ำแสนเล็ก บนผืนน้ำในถังก็เป็นคราบมันๆ หันไปรอบตัวแม้แต่ราวตากผ้าในห้องน้ำก็ยังไม่มี น้ำตาอุ่นๆก็รินไหลออกมาอีกครั้ง เอาน่า...ปลอบตัวเอง คงดีกว่าเด็กนักเรียนในปอเนาะตั้งเยอะนะ แข็งใจอาบน้ำต่อไป เดินกลับมายังบนที่นอน แทบจะกระโดดลุกออกอย่างเร็ว คราบเลือดบนที่นอนนี่คืออะไร เปรอะที่นอนไปหมด ทีแรกนึกว่าเป็นระดู แต่ก็คงไม่ใช่ สำรวจไปรอบๆ ก็ได้พบกับต้นตอ นั่นคือซากยุงหลายสิบตัวที่นอนตาย เลือดซึมไหลเลอะผ้าปูที่นอนไปหมด ชวนให้คิดเสียเหลือเกินว่าเมื่อคืนนี้เกิดสงครามขนาดย่อมจนต้องล้มตายกันเลยหรือ???

ภารกิจเช้านี้ ต้องไปหาอาหารกันทานที่โรงครัว โดยมีเพียงคำใบ้สั้นๆจากพี่ว่า "เดินตรงไปเลี้ยวซ้ายที่หอผู้ป่วย ตรงไปและตรงไป" ขอบคุณสำหรับคำใบ้มาก คงจะดีไม่น้อยหากจะพาพวกเราไปเดินทัวร์กันสักนิด แต่ก็ไม่เป็นไร สบายมาก แต่ว่าไอ้ห้องที่พี่นัดประชุมเช้านี้นี่สิมันอยู่ที่ไหน พี่ก็บอกใบ้แค่ว่า "ห้องกระจกใสๆ ใกล้ๆบันได" เอ่อ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันชื่อห้องว่าอะไร อ้าว..แล้วพวกเราจะรู้ไหมล่ะเนี่ยะ

ข้าวต้มมื้อแรกเย็นชืด สามสาวกับน้องแปดเท่านั้นที่รับประทานอย่างฝืนทน ยึดคติกินเพื่ออยู่ไม่ได้อยู่เพื่อกิน ที่เหลือขอบาย เป็นน้ำเต้าหู้กับส้มหนึ่งผลดีกว่า จากนั้นก็ค้นหาห้องแห่งความลับกัน ทั่วทั้งโรงพยาบาลว่า ห้องกระจกใสๆใกล้ๆบันไดอยู่ที่ไหนกัน แทบจะไม่มีคนรู้จัก ถามคนโน้นก็บอกนี้ ถามคนนี้ก็บอกห้องนั้น จนกระทั่งเจอกับพี่เกตุจึงได้รู้ว่า อ๋อ...อยู่ที่เราเดินผ่านมานี่เอง แต่แหม มันก็มีกระจกใสๆอยู่ทุกห้องล่ะพี่ วันนี้ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์แนะนำสถานที่กิจกรรมปฏิบัติงาน

ก้อง ฝน ไปคลินิคเวชฯ ที่ตลาด
ฝน ตั๊ก อยู่คลินิกศูนย์ใกล้ใจที่รพ.(เป็นPCUของรพ.อ่ะ)
น้องพิว ฉายเดี่ยวออกOPD ตรวจคนไข้ครึ่งร้อย
แป๊ก แปด ไปศูนย์แพทย์ CMU ห่างจากรพ.ไปประมาณ 10 กิโล แม่เจ้า ไม่ได้กลับมาทานข้าวเที่ยงด้วยกันเพราะระยะทางแสนไกล บวกกับคนไข้ที่เยอะเหลือเกิน

ช่วงบ่าย ก้อง ฝน ฝน ตั๊ก + พี่ Ext อีก 3 คนออกเยี่ยมบ้าน เกาะติดobserveพี่ๆเค้าไปดู 1 เคส เพราะว่าที่พวกเราไปทั้ง 4 คนนั้นวันนี้ตอนบ่ายเค้ามีประชุม ไม่ได้ออกเยี่ยมบ้านเลย แทนที่จะอยู่บ้านพักอย่างเปล่าประโยชน์ จึงขอติดตามพี่ๆ Ext ไปเยี่ยมบ้านด้วยคน เป็นประสบการณ์ที่ร้อนอย่างน่าประทับใจ ขนาดอยู่หาดใหญ่ยังไม่ร้อนแบบนี้มาก่อนเลย เฮ้อ...

อยากจะร้องไห้ มาวันแรกก็ไม่ประทับใจเสียแล้ว ทำงานวันแรก ก็เน่า โอ๊ย ชีวิตที่เหลืออยู่ต้องกล้ำกลืนเท่าไหร่ บอบช้ำเหลือเกิน แพทย์พี่เลี้ยงก็ดูเข้มงวดและก็ดูดุ น้องพิวคาบข่าวมาบอกว่า พี่สั่งให้เขียนอะไรก็ไม่รู้วันต่อวันเสียด้วย ความรู้สึก หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้อะไรทำนองนี้แหละ ส่งพี่วันละ2หัวข้อ แง้... (ภาวนาให้น้องพิวพูดเล่น)

ชีวิตวันนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ต้องหาคำตอบหรอกเพราะเห็นกันอยู่ หากไม่มีความสุขแล้วเราจะได้เรียนรู้อะไรกันนะ ทำไมมันไม่เหมือนตอนเราไปselectiveตอนปีสี่เลยนะ???

09/07/2009

บันทึกรัก cororanod

blog ที่รัก
พวกเรา 7 คน ก้อง แปด แป๊ก พิว ฝน ฝน ตั๊ก ได้มาถึงระโนดด้วยความทุลักทุเล มากๆ นั่งรออยู่ห้องพักแพทย์โดยไม่มีใครมาสนใจอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะ บุคคลากรไม่ว่าง ติดภารกิจ ไปงานศพ และประชุม พี่extก็ยังไม่ได้ย้ายออกจากบ้านที่เราจะเข้าไปพัก รอแล้วรอเล่า หลับไปก็หลายตื่น แต่ก็ยังไม่มีใครเหลียวแล ฮือ... พยายามเดินออกไปโชว์ตัวบ้างไรบ้าง เพื่อให้หลายๆคนรุ้ว่าพวกเรามาแล้ว แต่ ก็เท่านั้น
ยังดีหน่อยที่ห้องมีแอร์... แต่แล้ว ก็โชคร้าย ที่จู่ๆ แอร์ก็เสียพวกเราก็นอนกันเหงื่อตกอยู่ในห้องพักแพทย์อบๆ เดี๋ยวนึกจะดี ก็ดี นึกจะดับก็ดับ อยากกลับบ้าน หลายคนน้ำตาซึมกันเลย น้องพิวบอกว่า ที่ควนเนียงยังสบายกว่า อยากกลับควนเนียงมากๆ จนสี่โมงครึ่งแล้ว พี่Extบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่ (สบายกว่าเห็นๆ)พวกเราจึงเขยื้อนเรือนร่างกันไปยังบ้านพัก แง้... อยากจะร้องออกมาให้ท่วมระโนด บ้านน่าอยู่มากๆๆๆ เหมือนปล่อยร้างมาเป็นเดือน พี่เค้าอยู่กันยังไงนะ ฝุ่นเขรอะ แมลงสาบในตู้เย็น ขอย้ำ ในตู้เย็น จานชาม มีแต่ฝุ่นเหมือนไม่มีใครเข้ามาอยู่เลย กวาดบ้านกันยกใหญ่ แถมไม่มีไม้ถูอีกต่างหาก เฮ้อ...เอาวะ คงต้องมีคนยอมสละเสื้อกันบ้างล่ะคราวนี้ เพราะพี่เค้าบอกว่าไม่มีไม้ถูและผ้าขี้ริ้วให้เลยจริงๆ แปลก แต่จริง
เคยมั๊ยที่อาบน้ำแล้วรู้สึกเหมือนยังไม่ได้อาบ ที่นี่แหละ พิสูจน์ได้ หลังจากบูรณะซ่อมแซมปฏิสังขรทั้งหลายแล้ว ก็ต้องขอบคุณพี่เกตุนะครับที่เป็นธุระจัดการอะไรๆให้หลายๆอย่าง แต่ว่ากว่าจะได้มุ้งลวดคงเป็นวันเสาร์ล่ะ ทนนอนตบยุงตัวเท่าแม่ไก่ไปก่อนแล้วกันนะน้อง ... เหวอ
ยามเย็นที่เวิ่นเว้อ ทุกคนร้องไห้อยากกลับบ้านเป็นอย่างมาก แต่ก็ตัดสินใจกันเช็ดน้ำตาแล้ว ออกไปในตลาดกันดีกว่า คุณหนู คุณนาย ในหาดใหญ่ สลัดคราบเป็นหงส์ปีกหัก เจ็ดคนเดินออกจากรพ.ระโนด ข้ามถนน หารถไปตลาดกัน... แล้วจะไปกันยังไงล่ะนี่ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่พอ คงต้องเป็นกระบะล่ะมั้ง ได้การ... เคยเห็นแต่ในหนังฝรั่งเค้าทำกัน ขอทำบ้าง คันแล้วคันเล่าที่ผ่านไปขณะที่เราพยายามโบกรถ แม้จะน้อยใจบ้าง แต่ก็นะ ใครจะกล้ารับคนแปลกหน้าเจ็ดคน ไม่ใช่สโนว์ไวท์กับคนแระทั้งเจ็ดนะจ๊ะ จะได้ไปตามหาเจ้าชาย กินแอปเปิ้ล นศพ.น้อยๆที่เคยนั่งแต่ตุ๊กๆ ก้ต้องโบกรถคนแปลกหน้ากันต่อไป และแล้วคุณป้าใจดีก็แวะรับเรา เค้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เด็กพวกนี้จะมาไม้ไหน ขับรถเลยไปแล้ว แต่ก้ยังใจดี จอดแล้วถอยหลังกลับมาเหมือนจะให้พวกเรารู้ว่า จะไปอ๊ะป่าวอินู๋ อาการลิงโลด ของพวกเราคงทำให้ป้าแกเห็นแล้วว่าไม่มีพิษมีภัยอะไร จึงยอมพาไปส่งที่ในตลาด รอยยิ้มเปื้อนหน้าแทนคราบน้ำตาก่อนหน้านี้ได้อย่างสวยงาม นี่แหละความมีน้ำใจของคนในชนบท หลังจากขอบคุณกันยกใหญ่ ร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็พากันไปเดินในตลาด ที่วาย ไปแล้ว ย้ำ ตลาดได้วายไปก่อนหน้าที่เราจะมาเสียอีก เงียบเหมือนปิดบริการมาหลายเดือน
จะมีคนเยอะก็แต่คลินิกพี่ผอ. คนจะเยอะอะไรได้อีกคะเนี่ยะ ถามไปถามมา ก็เห็นว่ายังพอมีที่กินใกล้ๆเซเว่นอีเลเว่น แห่งเดียวของระโนด (ควนเนียงมีป่าวก็ไม่รู้เนาะ) เดินตะลอนๆ พอได้มีอะไรกินประทังชีวิตกันบ้าง ก็มากันแบบฉุกละหุกเสียเหลือเกิน ขนาดคนในรพ.ยังไม่รู้เลยว่าพวกเรามากัน อิอิ อย่าไปว่าโรงครัวที่เค้าไม่ได้ทำกับข้าวเลย คงไม่ได้ติดต่อมาก่อนหน้านี้มั้ง??? ได้แต่ฉงนตั้งคำถาม แต่ก็ไม่รู้จะถามใคร....
หลังจากซื้อโน่นนี่หาของกินบ้างพอประทังความหิว เพราะกำลังเริ่มกินอาหารลดน้ำหนักสูตรพระเทพฯกันอยู่ คงผอมเพรียวไม่น้อย นี่แหละน้า ข้อดีของความอดอยาก อย่างน้อยก็ทำให้ผอมเพรียว เอาน่า มองโลกในแง่ดีไว้ดีกว่า เราเองก็ยังมีชีวิตอยู่ แค่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนที่หาดใหญ่ แต่ก็อยู่ได้ (ถ้าไม่เป็นไข้เลือดออกหรือชิคุนกุนย่าไปก่อน) ขากลับก็ทรหดน่าดู... โบกรถคันแล้วคันเล่า ก็ไม่มี เฮ้อ... ทำไมไม่มีตำรวจจบใหม่ขับรถผ่านบ้างนะ เผื่อจะวานให้ไปส่งที่ห้อง เอ๊ย ที่รพ. แต่ก็ยังมีคนใจดีอยู่แหละน่า ออกจะเป็นเรื่องโชคดีของเราด้วยแหละ เพราะว่าเค้าขับมารับลูกพอดี ซึ่งนังเด็กสองคนนี้ก็ไม่รู้โผล่มาจากที่ไหน โอ๋ๆๆๆ เด็กน้อยจริงๆแล้วเพราะพวกนู๋นี่แหละทำให้พวกพี่ๆมีรถกลับโรงพยาบาลกัน ไม่งั้นคงต้องเดินกลับเพราะฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว
แสงแดดเริ่มอ่อนแรง พวกเราทั้งเจ็ดก็อ่อนล้าเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ แม้จะหวั่นๆกับคนงานชาวพม่าสองคนที่นั่งอยู่ท้ายกระบะกับพวกเรา แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนร่วมโลกกันทั้งนั้น สายลมเย็นๆตีผ่านหน้า ทำเอาผมสยายไปกับสายลม เพียงครู่เดียวรถกระบะกับคุณอาใจดีก็พาพวกเรามาส่งถึงหน้าโรงพยาบาล นี่คงเป็นความต่างอีกอันกระมังของสังคมชนบท หากเทียบในเมืองแล้วจะมีใครมาจอดรับพวกเราแบบนี้หรือเปล่า หรือหากเป็นเราเองหากเจอคนโบกจะจอดหรือเปล่านะ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณรถกระบะทังสองคันที่ช่วยพาเราทั้งเจ็ดไปส่งยังจุดหมายปลายทาง แม้เส้นทางนี้จะเป็นเพียงแค่เริ่มต้น แต่หวังว่าจะมีอะไรดีๆรออยู่ที่รพ.ระโนด อ๊ะๆๆ แม้พวกเราจะกลายเป็นหงส์ปีกหัก แต่ค่ำคืนนี้เราก็ยังได้ดูบ่วงหงส์ตอนอวสานแหละน้า
แม้ว่าจะอิดโรย อยากหลับตาลงเพียงใด เป็นเวลาชั่วโมงกว่าแล้วที่ยุงยังตอมไม่เลิก หลังจากลุกเข้าห้องน้ำก็ต้องกลับมาผจญกับแมลงสาบที่ ดูเหมือนจะอยู่ผิดที่ผิดทาง แก๊ แก มาบนที่นอนช้านได้ไง กร๊าซซซ ก็ได้แต่ไล่มันไป บาปอ่ะ หลังจากดูMVของปานแล้วก็เริ่มกลัวๆแฮะ ชีวิตช้านจะกลายเป็นยุงหรือแมลงสาบที่โดนตบตีหรือเปล่า เฮ้อ...

---ชลันธรี---

Academy fantasia 6.5 @ Thepha hospital

สวัสดีค่ะอาจารย์ และก็สวัสดีเพื่อนๆทุกคนด้วย
ตอนนี้พวกเราเจ็ดสาวแห่งAcademy fantasia season 6.5 มารายงานตัวค่ะ
ตอนนี้พวกเราได้มาเก็บตัวยัง Thepha convant(เทพาคอนแวน)
มีผู้เข้าร่วมชะตากรรมทั้งหมด 7 สาว ได้แก่
V1 กาตุ่ย (กาญจนา)
V2 หญิง (จันทร์จิรา)
V3 แพร (ธิดารัตน์)
V4 หงส์ (นพวรรณ)
V5 ใหม่ (ปานหทัย)
V6 เท็น (วราลี)
V7 เอื้อง (อารียา)
ตอนนี้พวกเราก็ได้เดินทางมาถึงบ้านพักอย่างปลอดภัยค่ะ โดยผ่านด่านตรวจ 2 ครั้งด้วยกัน 555(ตื่นเต้นดี มีบังเกอร์หลบระเบิด มีหีบเพลง(ลวดหนามที่ม้วนๆอ่ะ)ตั้งที่ด่านตรวจด้วย ว้าวๆ)

พอมาถึงพวกเราก็เข้ามายังที่พักค่ะ
ที่พักของพวกเราอยู่หลังศาลาละหมาด
เป็นห้องสองห้อง มีพัดลมสี่ตัว รวมกับที่พวกเราเอามาอีกสี่ตัวก็เป็นแปดค่ะ
แต่พวกเราได้ย้ายที่นอนมานอนห้องเดียว เนื่องจากมีห้องน้ำแค่ห้องเดียวเท่านั้น เหอๆ
ส่วนอีกห้อง ก็เอาไว้เก็บของ เก็บเสื้อผ้าอ่ะค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆได้แก่ ราวตากผ้าสามอัน และ ที่นอนพร้อมหมอนค่ะ
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ wireless ทำให้สามารถนั่งupข้อมูลได้ในตอนนี้
และเป็นสิ่งที่พอทำให้พวกเราคลายเหงาได้ในวันแรกค่ะ

พวกเราได้รับการต้อนรับจากพี่ผอ. พี่จุ๋มเล็กซึ่งเป็นพี่แพทย์พี่เลี้ยง รวมทั้งพี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอย่างดี
อ้อ อีกอย่างหนึ่ง คือมีพี่ๆอดีตนักล่าฝันที่ตอนนี้กลับมาใช้ชีวิตที่เทพาอีกครั้งได้แก่ พี่ทัศนัย และพี่จาตุรันต์แวะเวียนมาทักทายพวกเราด้วย ^_______^

ส่วนรูปภาพประกอบการเก็บตัว จะนำมาลงในคราวต่อๆไป

พรุ่งนี้พวกเราต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง โดยการออกตรวจPCUโดยที่ไม่มีพี่หมอและอาจารย์ไปด้วย
ผลเป็นอย่างไรนั้น จะนำความคืบหน้ามารายงานอีกครั้ง

รักทุกคนค่ะ
รายงานสดจากThepha convant

ปล.เพื่อนๆส่งข่าวกันด้วยนะจ๊ะ เม้นกันบ้างนะจ๊ะ

07/07/2009

วันเหงาใน block fammed

อีกสองวันจะสอบ เฮ้อ... จะยากไหมหนอ

05/07/2009

ใกล้สอบและจะไปโคโรระโนด

blog ที่รัก

หลังจากส่งงานชิ้นแรกไปแล้วบล๊อกก็ดูเงียบเหงาเสียเหลือเกิน หยุดห้าวันหลายๆคนคงจะเตรียมตัวที่จะสอบและก็ไปรพช.กันอย่างเต็มที่(รึเปล่านะ)
อากาศเริ่มจะเย็นๆลง สายฝนพรำๆที่หล่นกระทบเบื้องล่างชวนให้เหงาอยู่ไม่น้อย สอดสลับกับเสียงดนตรีไทยเพลงลาวดวงเดือนยิ่งทำให้ใจมันหวิวเหงายิ่งนัก ทั้งศูนย์แพทย์ดูเงียบเหงาไปถนัดตาเลยทีเดียว อดคิดถึงวันฝนตก ยามต้องอยู่รพช.ไม่ได้ จะเหงาไหมหนอ เสียงฝนที่โน่นจะเหมือนกับเสียงสายฝนในหาดใหญ่หรือเปล่า ยามฝนตกๆ เพื่อนๆแต่ละโรงพยาบาลจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ เขียนเล่าสู่กันฟังบ้างเน้อ


เหงาแทบขาดใจ
ชลันธรี