Wellcome to EBM group

ยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนค่ะ ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเรียนEvidence Based Medicine ของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่


Staffs


06/07/2010

Assignment 1 case 2 Diagnosis

ผู้ป่วยชาย Know case stroke left hemiparalysis มา10 ปี มาด้วยอาการหายใจหอบหนื่อยกระทันหัน
PE GA A Thai old man status bed ridden,dpspnea,tachycardia
HEENT WNL
Heart loud p2, pulse regular rhythm
Lung clear both lung
Abd WNL
Ext no pitting edema, motor power left grad 1
(weak ข้างซ้ายอยู่เดิมแล้ว)
oxygen sat ลดลงมาก(ประมาณ80%)
CXR normal
Dx pulmonary embolism
P: ผู้ป่วย pulmonary embolism
I: การตรวจ D-Dimer
C: Spiral Computed Tomography
O: น่าจะสามารถใช้ในการ Diagnosisได้
อิทธิชัย หังสพฤกษ์

Assignment1 นศพ.สุภาพันธ์

Case2
หญิงอายุ55ปี อาชีพรับจ้าง
CC: ปวดท้อง10ชั่วโมงPTA
PI:10 hr PTA มีอาการปวดท้องมากบริเวณลิ้นปี่ ปวดบิดๆ ไม่ร้าวไปที่ใด ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร เป็นๆหายๆ ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ไปพบแพทย์ที่คลินิคได้ยา ranitidineกับ Buscopan อาการไม่ดีขึ้น ยังปวดพักๆ ขยับตัวแล้วปวดมากขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ถ่าย ไม่ผายลม อาการไม่ดีจึงมาพบแพทย์

PH:ไม่มีโรคประจำตัว
เคยผ่าตัดไส้ติ่ง

PE: V/S37.4c RR 24/min PR80/min BP110/80
HEENT: not pale, no jaundice
Heart: normal s1s2 no murmur
Lung:clear both lung
Abdoment: surgical scar at RLQ, soft, mild distension, generalize tenderness,increase bowel sound

Investigate: Hct40% WBC8000 N 75% Plt 380000
UA : pH7 sp.gr1.025
film acute abdoment: supine-Proximal dilate in small bowel
upright-diferent fluid level in the same loop

Im: small bowel obstruction

คำถามประเภท diagnosis: การใช้ acute abdomen seriesในการวินิจฉัย gut obstruction มีความแม่นยำมากน้อยเพียงไรเมื่อเทียบกับ CT abdomen

P: ผู้ป่วยที่เป็น gut obstuction
I: acute abdoment series
C: CT abdomen
O: ความแม่นยำในการวินิจฉัย gut obstruction
นศพ.อนันตชัย ใจสบาย 4910310163
Assignment1(Prognosis)
Case:หญิงไทยคู่อายุ48ปี
PI:ผู้ป่วยเพิ่งหมดประจำเดือนเมื่อต้นปีนี้ มารับการตรวจสุขภาพประจำปี มีอาการร้อนวูบวาบเป็นบางครั้งอารมณ์ปกติ ไม่มีอาการใจสั่นหรืออาการผิดปกติใดๆ
PH:ปฏิเสธประวัติการใช้ยาหรือฮอร์โมนใดๆ
ปฏิเสธประวัติการได้รับการผ่าตัดใดๆ
มีบุตร2คนคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ คนเล็กอายุ20ปี
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาแพ้อาหาร
PE:V/S-BT37.4c,PR 65/min,RR 18/min,BP 110/85 mmHg
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
อย่างที่ทราบกันดีถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและการทำงานของร่างกายหลังวัยหมดระดู ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภาวะกระดูกพรุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งการป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมแคลเซียมในร่างกายให้มากที่สุดก่อนอายุ35ปี จึงเป็นประเด็นที่จะศึกษาว่าการให้แคลเซียมชนิดกินในหญิงวัยหมดระดูจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่
Problem:การให้แคลเซียมชนิดรับประทานช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับแคลเซียม
P:หญิงวัยmenopause
I:Calcium carbonate oral form
C:ไม่ได้ให้ยาใดๆ
O:โอกาสการเกิดosteoporosisในอนาคต

นศพ.อนันตชัย ใจสบาย 4910310163
Assignment2(Diagnosis)
Case:เด็กชายไทยอายุ2ปี
CC:หอบเหนื่อยมามากขึ้น1วันก่อนมาโรงพยาบาล
PI:1วันPTAมีไข้สูงตลอดเวลาร่วมกับมีน้ำมูกใสและมีอาการไอมีเสมหะสีขาวใส กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ปัสสาวะ อุจจาระปกติ รับประทานอาหารและนมได้ปกติ ไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียน
6ชม.PTAรู้สึกมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ยังมีไข้ ไอ น้ำมูกเหมือนเดิม มารดาจึงนำมาส่งโรงพยาบาล
PH:ปฏิเสธประวัติโรคประจำตัวใดๆ
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร
ไม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือเป้นหวัดบ่อย,บิดามีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้
PE:V/S-BT38.2c,PR161/min,RR40/min,BP100/65mmHg
HEENT:mild dry lip,mild injected pharynx,tonsil enlarge2+,No exudate
Lung:Course crepitation generalized both lung
Heart:Normal s1 s2,no murmur
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
เนื่องจากการวินิจฉัยpneumoniaในเด็กมักใช้อาการเป็นหลักคือ ไข้ ไอ หายใจเร็ว เป็นหลักซึ่งก็จะมีinvestigationอื่นๆเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากchest x-rayในการวินิจฉัยเช่น CBC,ESR เพื่อประเมินระหว่าง viralกับbacterial pneumonia ซึ่งประเด็นที่จะศึกษาคือการส่งCBC,ESR เป็นตัวconfirmผลที่ได้จริงหรือไม่ว่าผู้ป่วยที่มีค่าWBC&ESRที่สูงกว่าค่าปกติจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการเกิดpneumoniaมีสาเหตุมาจากbacterial infection
Problem:ค่าESR&WBCที่สูงขึ้นในผู้ป่วยpneumoniaจะมีความแม่นยำในการบ่งชี้ถึงสาเหตุของpneumoniaที่มาจากbacterial infection
P:เด็กที่มีclinicalเป็นpneumonia
I:การส่งตรวจCBC,ESRและผลของค่าESR&WBC สูงกว่าค่าปกติ
C:film chest x-ray ,sputum or nasopharyngeal swab
O:ผลของความแม่นยำในการวินิจฉัยBacterial pneumonia

assignment I นศพ.ถิรวัฒน์ จิ้วผกานนท์ ปี 5 4910310056

CaseI หญิงไทยคู่ อายุ 16 ปี, G1P0, GA 36+4 weeks by LMP

C.C. : ตรวจพบความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ GA 36+4 weeks by LMP

P.I. : วันนี้ผู้ป่วยมาฝากครรภ์ตามปกติครั้งที่ 8 แพทย์ตรวจพบมีความดันโลหิตสูง โดยวัด 2 ครั้ง ร่วมกับ ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ โดยก่อนหน้านี้ผลการฝากครรภ์ปกติมาโดยตลอด ผู้ป่วยไม่มีอาการ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ปัสสาวะออกดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และลูกในครรภ์ดิ้นดี

P.H.
: - no underlying disease
- denied drug and food allergy

P.E.
:
V/S
; BP : 150/100 mmHg , 140/100 mmHg ; BT : 37.2 ํc
PR : 90 bpm ; RR : 20 / min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no juandice
Heart ; normal s1 s2 , no murmur
Lung ; clear both lung Rt = Lt, no adventitious sound
Abdomen ; FH 3/4 > @ , position OL , FHS 140 bpm
Extremities ; edema 1+, reflex 2+ all

Lab :
CBC
; HCT 34%, HGB 12 mg/dL, WBC 12,000 uL, PLT 250,000 uL
LFT ; normal
BUN/Cr ; normal
LDH/uric acid ; normal
Urine albumin ; 1+

Diagnosis : mild preeclampsia

ประเด็นทางคลินิก : สำหรับผู้ป่วยรายนี้ได้รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และสังเกตุอาการและอาการแสดงว่าเข้าไ้ด้กับภาวะ severe preeclampsia หรือไม่ observe อยู่ 2 วันผู้ป่วยก็มีอาการเจ็บครรภ์คลอด และได้ช่วยคลอดโดยการทำ vacuum extraction เพื่อลด duration of second stage แต่ในช่วงระหว่างเบ่งคลอดผู้ป่วยมีความดัน DBP > 110 mmHg ถึง 2 ครั้ง และได้ให้ยาลดความดันทางหลอดเลือดดำไป ความดันก็ลดดี ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยรายนี้ในช่วง intrapartum มีโอกาสเกิด hypertensive encephalopathy และนำไปสู่ภาวะ eclampsia ได้ ดังนั้นการให้ MgSO4 เพื่อป้องกันอาการชักในช่วง intrapartum น่าจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งโดยปกติทางโรงพยาบาลของเราอาศัยการ expectation เท่านั้น

Q : การให้ MgSO4 สามารถลดอัตราการเกิด eclampsia ในช่วง intrapartum และ post partum ในผู้ป่วย mild preeclampsia ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่

ประเภทคำถาม : Therapy

P : ผู้ป่วย mild preeclampsia
I : ให้ MgSO4 ในช่วง intrapartum และ postpartum 24 hours
C : expectation
O : ลดโอกาสการเกิด eclampsia ไ้ด้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ



Case II ผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี

C.C. : มีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ มา 1 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล

P.I. : 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ร้าวไปกลางอก มักเป็นหลังรับประทานอาหาร มีอาการเรอเปรี้ยวเป็นบางครั้ง ไม่เคยซื้อยาใดมารับประทาน อุจจาระปกติดี ปัสสาวะปกติดี

P.H. :- no underlying disese
- no drug and food allergy

P.E. :
V/S ; BP 120/80 mmHg, BT 37.2ํc, PR 90 bpm, RR 20/min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no jaundice
Heart ; normal s1 s2, no murmur
Lung ; clear both lung Rt=Lt, no pleuritic chest pain
Abdomen ; soft, mild tenderness at epigastrium, no hepatosplenomegaly
active bowel sound

Lab : EKG ; normal

ประเด็นทางคลินิก : การวินิจฉัยภาวะ Gastroesophageal reflux disease (GERD) มักอาศัยลักษณะอาการทางคลินิกและให้ยา proton pump inhibitor ไป 2 สัปดาห์ แล้วดูการตอบสนองว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าอาการดีขึ้นก็จะ ให้การวินิจฉัยว่าเป็น GERD และให้การรักษาต่อตามแนวทางของ GERD ซึ่งผมมีความสงสัยว่าการให้การวิจฉัยโดยการใช้ therapeutic diagnostic นี้มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hours pH mornitoring

Q : การใช้ PPI เป็น therapeutic diagnosis for GERD มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hr pH mornitoring

ประเภทคำถาม : diagnosis

P : Gastroesophageal reflux disease patients
I : Proton pump inhibitor (PPI)
C : 24 hours pH mornitoring
O : Accuracy for GERD diagnosis

05/07/2010

Assignment 1 นศพ.ชนิดา ศักดิ์เพชร Case1

หญิงไทยคู่ อายุ 28 ปี
CC:ปวดท้องน้อยข้างขวา 6 hr PTA
PI:6 hr PTA มีอาการปวดท้องบีบๆ ร่วมกับมีเลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด
Hx: no U/D
no food&drug allergy
ปฏิเสธประวัติการกระทบกระแทกบริเวณช่องท้อง
ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง
OB&GYN : P0-0-0-0
ประจำเดือนครั้งสุดท้าย 6 wks PTA มา 3 วัน ปริมาณปกติ
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก 28 วัน ปริมาณ 3-4 วัน
มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 25 ปี
เคยคุมกำเนิดโดยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด 3 ปี PTA เพิ่งหยุดใช้เมื่อ 2 เดือน PTA
PE : V/S : BP 90/65 BT 37.0 PR 90 RR 18
HEENT : mild pale , no jaundice
Heart : normal s1,s2 no murmur
Lung : clear both lungs , Lt = Rt
Abdomen : tenderness at RLQ , no guarding , no rebound tenderness , no mass
PV : NIUB : normal
Vg : normal
Cx : os close , minimal bleeding per os
Ut : normal size & shape
Ad : mass 1 cm and tenderness at right
Cul de sac : bulging
investigation
UPT +ve
B-hCG 2,000
TVS: Rt. complex mass about 1 cm , normal ovaries , empty uterus , hyperdensity of fluid in cul de sac
Q : ผล ultrasound มีความแม่นยำเพียงใด เมื่อเทียบกับผลทาง pathology
ประเภทปัญหาทางคลินิก diagnosis
P: หญิงวัยเจริญพันธุ์ มาด้วยอาการปวดท้องน้อยด้ายขวา
I: Transvaginal ultrasound
C: Pathology
O: Accuracy of dx ectopic pregnancy

ASSIGNMENT 1 อ้อมอก บุณยนิตย์

CASE 1: เด็กชายอายุ 3 เดือน มาด้วยไข้ ซึมลง กินนมได้น้อย

CC : ไข้ซึมลง มา 1 วัน PTA

PI :
3 วัน PTA ผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูง ตัวร้อนมาก แม่ได้เช็ดตัว ลดไข้ ร่วมกับให้ยาลดไข้ ไข้ลงดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับไปสูงขึ้นอีก ผู้ป่วยมักร้องเวลาปัสสาวะ
1 วัน PTA แม่สังเกตผู้ป่วยเริ่มซึมลง กินนมได้น้อย ปัสสาวะสีเข้มขึ้น ยังมีไข้สูง จึงพามา รพ.

PH :
- Denied Underlying disease
- Denied food or drug allergy
- NL BW = 3,650 g no complication
- Complete vaccination last age 2 month
- Developement normal
- Nutrition Breast feeding only

PE :
Vital signs : BT 39 c PR 160/min RR 50/min BP 65/45 mmHg
GA : drowsiness
HEENT : normal
Heart & Lung : normal
Genitalia : Phimosis
Others : WNL

ประเด็นทางคลินิก
ปกติในเด็กที่มีอาการคล้าย sepsis จะมีการส่ง investigation ทั้ง hemoculture
และ C-reactive protein และผล C-reactive protein มักจะ positive ในรายที่มีผล
hemoculture ขึ้นเชื้อ

ปัญหาทางคลินิก
C-reactive protein มีความแม่นยำในการวินิจฉัยภาวะ sepsis ในเด็กหรือไม่

P : children
I : C-reactive protein
C : Hemoculture
O : การวินิจฉัยภาวะ sepsis


CASE 2 : เด็กชายไทยอายุ 6 ปี มาด้วยอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น

CC :หอบเหนื่อยมากขึ้น 4 hr ก่อนมาโรงพยาบาล

PI :
1 วันก่อนมารพ. ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ต่ำ ไอ มีน้ำมูกใสเล็กน้อย แม่ให้รับประทานยาลดไข้ ไข้ลงดี ไม่ได้พาไปพบแพทย์ อาการอื่นๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4 ชั่วโมงก่อนมารพ. ผู้ป่วยมีอาการไอมากขึ้น เริ่มมีหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม แม่ได้ยินเสียงหวีดเวลาหายใจเร็ว พ่นยาไป 2 ครั้ง อาการไม่ดีขึ้น ยังหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋มอยู่ จึงพามารพ.

PH :
- Knows case Asthma Control with Ventolin MDI prn
- Denied food & drug allergy
- แม่เป็นโรคหอบหืด

PE :
Vital signs : BT 38 c , PR 100/min , RR 30/min , BP 90/60 mmHg
GA : Consciousness
HEENT : not pale, no jaundice
Lung : Suprasternal notch retraction, expiratory wheezing both lungs.
Others : WNL

ประเด็นทางคลินิก
ตามแนวทางการรักษา asthma หลังจากรักษาด้วย bronchodolator และ
systemic steroid แล้วถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นจะมีการให้ Bricanyl SC
แต่บางแห่งเชื่อว่าการให้ Bricanyl SC ไม่มีประโยชน์ในการรักษา acute asthmatic attack

ปัญหาทางคลินิก
การให้ Bricanyl SC ช่วยในการรักษา acute asthmatic attack ในเด็กหรือไม่

P : children
I : Bricanyl SC
C : ไม่ฉีด Bricanyl
O : clinical ผู้ป่วยดีขึ้น