ผู้ป่วยชาย Know case stroke left hemiparalysis มา10 ปี มาด้วยอาการหายใจหอบหนื่อยกระทันหัน
PE GA A Thai old man status bed ridden,dpspnea,tachycardia
HEENT WNL
Heart loud p2, pulse regular rhythm
Lung clear both lung
Abd WNL
Ext no pitting edema, motor power left grad 1
(weak ข้างซ้ายอยู่เดิมแล้ว)
oxygen sat ลดลงมาก(ประมาณ80%)
CXR normal
Dx pulmonary embolism
P: ผู้ป่วย pulmonary embolism
I: การตรวจ D-Dimer
C: Spiral Computed Tomography
O: น่าจะสามารถใช้ในการ Diagnosisได้
อิทธิชัย หังสพฤกษ์
This group is provided for an effective teaching and learning in EBM in Family Medicine at Hatyai Regional Hospital.
Wellcome to EBM group
ยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนค่ะ ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเรียนEvidence Based Medicine ของภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่
Staffs
06/07/2010
Assignment1 นศพ.สุภาพันธ์
Case2
หญิงอายุ55ปี อาชีพรับจ้าง
CC: ปวดท้อง10ชั่วโมงPTA
PI:10 hr PTA มีอาการปวดท้องมากบริเวณลิ้นปี่ ปวดบิดๆ ไม่ร้าวไปที่ใด ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร เป็นๆหายๆ ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ไปพบแพทย์ที่คลินิคได้ยา ranitidineกับ Buscopan อาการไม่ดีขึ้น ยังปวดพักๆ ขยับตัวแล้วปวดมากขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ถ่าย ไม่ผายลม อาการไม่ดีจึงมาพบแพทย์
PH:ไม่มีโรคประจำตัว
เคยผ่าตัดไส้ติ่ง
PE: V/S37.4c RR 24/min PR80/min BP110/80
HEENT: not pale, no jaundice
Heart: normal s1s2 no murmur
Lung:clear both lung
Abdoment: surgical scar at RLQ, soft, mild distension, generalize tenderness,increase bowel sound
Investigate: Hct40% WBC8000 N 75% Plt 380000
UA : pH7 sp.gr1.025
film acute abdoment: supine-Proximal dilate in small bowel
upright-diferent fluid level in the same loop
Im: small bowel obstruction
คำถามประเภท diagnosis: การใช้ acute abdomen seriesในการวินิจฉัย gut obstruction มีความแม่นยำมากน้อยเพียงไรเมื่อเทียบกับ CT abdomen
P: ผู้ป่วยที่เป็น gut obstuction
I: acute abdoment series
C: CT abdomen
O: ความแม่นยำในการวินิจฉัย gut obstruction
หญิงอายุ55ปี อาชีพรับจ้าง
CC: ปวดท้อง10ชั่วโมงPTA
PI:10 hr PTA มีอาการปวดท้องมากบริเวณลิ้นปี่ ปวดบิดๆ ไม่ร้าวไปที่ใด ไม่สัมพันธ์กับมื้ออาหาร เป็นๆหายๆ ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ไปพบแพทย์ที่คลินิคได้ยา ranitidineกับ Buscopan อาการไม่ดีขึ้น ยังปวดพักๆ ขยับตัวแล้วปวดมากขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ถ่าย ไม่ผายลม อาการไม่ดีจึงมาพบแพทย์
PH:ไม่มีโรคประจำตัว
เคยผ่าตัดไส้ติ่ง
PE: V/S37.4c RR 24/min PR80/min BP110/80
HEENT: not pale, no jaundice
Heart: normal s1s2 no murmur
Lung:clear both lung
Abdoment: surgical scar at RLQ, soft, mild distension, generalize tenderness,increase bowel sound
Investigate: Hct40% WBC8000 N 75% Plt 380000
UA : pH7 sp.gr1.025
film acute abdoment: supine-Proximal dilate in small bowel
upright-diferent fluid level in the same loop
Im: small bowel obstruction
คำถามประเภท diagnosis: การใช้ acute abdomen seriesในการวินิจฉัย gut obstruction มีความแม่นยำมากน้อยเพียงไรเมื่อเทียบกับ CT abdomen
P: ผู้ป่วยที่เป็น gut obstuction
I: acute abdoment series
C: CT abdomen
O: ความแม่นยำในการวินิจฉัย gut obstruction
นศพ.อนันตชัย ใจสบาย 4910310163
Assignment1(Prognosis)
Case:หญิงไทยคู่อายุ48ปี
PI:ผู้ป่วยเพิ่งหมดประจำเดือนเมื่อต้นปีนี้ มารับการตรวจสุขภาพประจำปี มีอาการร้อนวูบวาบเป็นบางครั้งอารมณ์ปกติ ไม่มีอาการใจสั่นหรืออาการผิดปกติใดๆ
PH:ปฏิเสธประวัติการใช้ยาหรือฮอร์โมนใดๆ
ปฏิเสธประวัติการได้รับการผ่าตัดใดๆ
มีบุตร2คนคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ คนเล็กอายุ20ปี
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาแพ้อาหาร
PE:V/S-BT37.4c,PR 65/min,RR 18/min,BP 110/85 mmHg
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
อย่างที่ทราบกันดีถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและการทำงานของร่างกายหลังวัยหมดระดู ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภาวะกระดูกพรุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งการป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมแคลเซียมในร่างกายให้มากที่สุดก่อนอายุ35ปี จึงเป็นประเด็นที่จะศึกษาว่าการให้แคลเซียมชนิดกินในหญิงวัยหมดระดูจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่
Problem:การให้แคลเซียมชนิดรับประทานช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับแคลเซียม
P:หญิงวัยmenopause
I:Calcium carbonate oral form
C:ไม่ได้ให้ยาใดๆ
O:โอกาสการเกิดosteoporosisในอนาคต
นศพ.อนันตชัย ใจสบาย 4910310163
Assignment2(Diagnosis)
Case:เด็กชายไทยอายุ2ปี
CC:หอบเหนื่อยมามากขึ้น1วันก่อนมาโรงพยาบาล
PI:1วันPTAมีไข้สูงตลอดเวลาร่วมกับมีน้ำมูกใสและมีอาการไอมีเสมหะสีขาวใส กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ปัสสาวะ อุจจาระปกติ รับประทานอาหารและนมได้ปกติ ไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียน
6ชม.PTAรู้สึกมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ยังมีไข้ ไอ น้ำมูกเหมือนเดิม มารดาจึงนำมาส่งโรงพยาบาล
PH:ปฏิเสธประวัติโรคประจำตัวใดๆ
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร
ไม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือเป้นหวัดบ่อย,บิดามีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้
PE:V/S-BT38.2c,PR161/min,RR40/min,BP100/65mmHg
HEENT:mild dry lip,mild injected pharynx,tonsil enlarge2+,No exudate
Lung:Course crepitation generalized both lung
Heart:Normal s1 s2,no murmur
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
เนื่องจากการวินิจฉัยpneumoniaในเด็กมักใช้อาการเป็นหลักคือ ไข้ ไอ หายใจเร็ว เป็นหลักซึ่งก็จะมีinvestigationอื่นๆเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากchest x-rayในการวินิจฉัยเช่น CBC,ESR เพื่อประเมินระหว่าง viralกับbacterial pneumonia ซึ่งประเด็นที่จะศึกษาคือการส่งCBC,ESR เป็นตัวconfirmผลที่ได้จริงหรือไม่ว่าผู้ป่วยที่มีค่าWBC&ESRที่สูงกว่าค่าปกติจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการเกิดpneumoniaมีสาเหตุมาจากbacterial infection
Problem:ค่าESR&WBCที่สูงขึ้นในผู้ป่วยpneumoniaจะมีความแม่นยำในการบ่งชี้ถึงสาเหตุของpneumoniaที่มาจากbacterial infection
P:เด็กที่มีclinicalเป็นpneumonia
I:การส่งตรวจCBC,ESRและผลของค่าESR&WBC สูงกว่าค่าปกติ
C:film chest x-ray ,sputum or nasopharyngeal swab
O:ผลของความแม่นยำในการวินิจฉัยBacterial pneumonia
Assignment1(Prognosis)
Case:หญิงไทยคู่อายุ48ปี
PI:ผู้ป่วยเพิ่งหมดประจำเดือนเมื่อต้นปีนี้ มารับการตรวจสุขภาพประจำปี มีอาการร้อนวูบวาบเป็นบางครั้งอารมณ์ปกติ ไม่มีอาการใจสั่นหรืออาการผิดปกติใดๆ
PH:ปฏิเสธประวัติการใช้ยาหรือฮอร์โมนใดๆ
ปฏิเสธประวัติการได้รับการผ่าตัดใดๆ
มีบุตร2คนคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ คนเล็กอายุ20ปี
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาแพ้อาหาร
PE:V/S-BT37.4c,PR 65/min,RR 18/min,BP 110/85 mmHg
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
อย่างที่ทราบกันดีถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและการทำงานของร่างกายหลังวัยหมดระดู ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือภาวะกระดูกพรุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งการป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมแคลเซียมในร่างกายให้มากที่สุดก่อนอายุ35ปี จึงเป็นประเด็นที่จะศึกษาว่าการให้แคลเซียมชนิดกินในหญิงวัยหมดระดูจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่
Problem:การให้แคลเซียมชนิดรับประทานช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกระดูกพรุนในอนาคตได้หรือไม่เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับแคลเซียม
P:หญิงวัยmenopause
I:Calcium carbonate oral form
C:ไม่ได้ให้ยาใดๆ
O:โอกาสการเกิดosteoporosisในอนาคต
นศพ.อนันตชัย ใจสบาย 4910310163
Assignment2(Diagnosis)
Case:เด็กชายไทยอายุ2ปี
CC:หอบเหนื่อยมามากขึ้น1วันก่อนมาโรงพยาบาล
PI:1วันPTAมีไข้สูงตลอดเวลาร่วมกับมีน้ำมูกใสและมีอาการไอมีเสมหะสีขาวใส กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ปัสสาวะ อุจจาระปกติ รับประทานอาหารและนมได้ปกติ ไม่มีคลื่นไส้หรืออาเจียน
6ชม.PTAรู้สึกมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ยังมีไข้ ไอ น้ำมูกเหมือนเดิม มารดาจึงนำมาส่งโรงพยาบาล
PH:ปฏิเสธประวัติโรคประจำตัวใดๆ
ปฏิเสธประวัติแพ้ยาหรือแพ้อาหาร
ไม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือเป้นหวัดบ่อย,บิดามีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้
PE:V/S-BT38.2c,PR161/min,RR40/min,BP100/65mmHg
HEENT:mild dry lip,mild injected pharynx,tonsil enlarge2+,No exudate
Lung:Course crepitation generalized both lung
Heart:Normal s1 s2,no murmur
Other:WNL
ประเด็นปัญหาทางคลีนิก
เนื่องจากการวินิจฉัยpneumoniaในเด็กมักใช้อาการเป็นหลักคือ ไข้ ไอ หายใจเร็ว เป็นหลักซึ่งก็จะมีinvestigationอื่นๆเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากchest x-rayในการวินิจฉัยเช่น CBC,ESR เพื่อประเมินระหว่าง viralกับbacterial pneumonia ซึ่งประเด็นที่จะศึกษาคือการส่งCBC,ESR เป็นตัวconfirmผลที่ได้จริงหรือไม่ว่าผู้ป่วยที่มีค่าWBC&ESRที่สูงกว่าค่าปกติจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการเกิดpneumoniaมีสาเหตุมาจากbacterial infection
Problem:ค่าESR&WBCที่สูงขึ้นในผู้ป่วยpneumoniaจะมีความแม่นยำในการบ่งชี้ถึงสาเหตุของpneumoniaที่มาจากbacterial infection
P:เด็กที่มีclinicalเป็นpneumonia
I:การส่งตรวจCBC,ESRและผลของค่าESR&WBC สูงกว่าค่าปกติ
C:film chest x-ray ,sputum or nasopharyngeal swab
O:ผลของความแม่นยำในการวินิจฉัยBacterial pneumonia
assignment I นศพ.ถิรวัฒน์ จิ้วผกานนท์ ปี 5 4910310056
CaseI หญิงไทยคู่ อายุ 16 ปี, G1P0, GA 36+4 weeks by LMP
C.C. : ตรวจพบความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ GA 36+4 weeks by LMP
P.I. : วันนี้ผู้ป่วยมาฝากครรภ์ตามปกติครั้งที่ 8 แพทย์ตรวจพบมีความดันโลหิตสูง โดยวัด 2 ครั้ง ร่วมกับ ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ โดยก่อนหน้านี้ผลการฝากครรภ์ปกติมาโดยตลอด ผู้ป่วยไม่มีอาการ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ปัสสาวะออกดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และลูกในครรภ์ดิ้นดี
P.H. : - no underlying disease
- denied drug and food allergy
P.E. :
V/S ; BP : 150/100 mmHg , 140/100 mmHg ; BT : 37.2 ํc
PR : 90 bpm ; RR : 20 / min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no juandice
Heart ; normal s1 s2 , no murmur
Lung ; clear both lung Rt = Lt, no adventitious sound
Abdomen ; FH 3/4 > @ , position OL , FHS 140 bpm
Extremities ; edema 1+, reflex 2+ all
Lab :
CBC ; HCT 34%, HGB 12 mg/dL, WBC 12,000 uL, PLT 250,000 uL
LFT ; normal
BUN/Cr ; normal
LDH/uric acid ; normal
Urine albumin ; 1+
Diagnosis : mild preeclampsia
ประเด็นทางคลินิก : สำหรับผู้ป่วยรายนี้ได้รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และสังเกตุอาการและอาการแสดงว่าเข้าไ้ด้กับภาวะ severe preeclampsia หรือไม่ observe อยู่ 2 วันผู้ป่วยก็มีอาการเจ็บครรภ์คลอด และได้ช่วยคลอดโดยการทำ vacuum extraction เพื่อลด duration of second stage แต่ในช่วงระหว่างเบ่งคลอดผู้ป่วยมีความดัน DBP > 110 mmHg ถึง 2 ครั้ง และได้ให้ยาลดความดันทางหลอดเลือดดำไป ความดันก็ลดดี ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยรายนี้ในช่วง intrapartum มีโอกาสเกิด hypertensive encephalopathy และนำไปสู่ภาวะ eclampsia ได้ ดังนั้นการให้ MgSO4 เพื่อป้องกันอาการชักในช่วง intrapartum น่าจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งโดยปกติทางโรงพยาบาลของเราอาศัยการ expectation เท่านั้น
Q : การให้ MgSO4 สามารถลดอัตราการเกิด eclampsia ในช่วง intrapartum และ post partum ในผู้ป่วย mild preeclampsia ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่
ประเภทคำถาม : Therapy
P : ผู้ป่วย mild preeclampsia
I : ให้ MgSO4 ในช่วง intrapartum และ postpartum 24 hours
C : expectation
O : ลดโอกาสการเกิด eclampsia ไ้ด้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Case II ผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี
C.C. : มีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ มา 1 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล
P.I. : 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ร้าวไปกลางอก มักเป็นหลังรับประทานอาหาร มีอาการเรอเปรี้ยวเป็นบางครั้ง ไม่เคยซื้อยาใดมารับประทาน อุจจาระปกติดี ปัสสาวะปกติดี
P.H. :- no underlying disese
- no drug and food allergy
P.E. :
V/S ; BP 120/80 mmHg, BT 37.2ํc, PR 90 bpm, RR 20/min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no jaundice
Heart ; normal s1 s2, no murmur
Lung ; clear both lung Rt=Lt, no pleuritic chest pain
Abdomen ; soft, mild tenderness at epigastrium, no hepatosplenomegaly
active bowel sound
Lab : EKG ; normal
ประเด็นทางคลินิก : การวินิจฉัยภาวะ Gastroesophageal reflux disease (GERD) มักอาศัยลักษณะอาการทางคลินิกและให้ยา proton pump inhibitor ไป 2 สัปดาห์ แล้วดูการตอบสนองว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าอาการดีขึ้นก็จะ ให้การวินิจฉัยว่าเป็น GERD และให้การรักษาต่อตามแนวทางของ GERD ซึ่งผมมีความสงสัยว่าการให้การวิจฉัยโดยการใช้ therapeutic diagnostic นี้มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hours pH mornitoring
Q : การใช้ PPI เป็น therapeutic diagnosis for GERD มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hr pH mornitoring
ประเภทคำถาม : diagnosis
P : Gastroesophageal reflux disease patients
I : Proton pump inhibitor (PPI)
C : 24 hours pH mornitoring
O : Accuracy for GERD diagnosis
C.C. : ตรวจพบความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ GA 36+4 weeks by LMP
P.I. : วันนี้ผู้ป่วยมาฝากครรภ์ตามปกติครั้งที่ 8 แพทย์ตรวจพบมีความดันโลหิตสูง โดยวัด 2 ครั้ง ร่วมกับ ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ โดยก่อนหน้านี้ผลการฝากครรภ์ปกติมาโดยตลอด ผู้ป่วยไม่มีอาการ ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ปัสสาวะออกดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และลูกในครรภ์ดิ้นดี
P.H. : - no underlying disease
- denied drug and food allergy
P.E. :
V/S ; BP : 150/100 mmHg , 140/100 mmHg ; BT : 37.2 ํc
PR : 90 bpm ; RR : 20 / min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no juandice
Heart ; normal s1 s2 , no murmur
Lung ; clear both lung Rt = Lt, no adventitious sound
Abdomen ; FH 3/4 > @ , position OL , FHS 140 bpm
Extremities ; edema 1+, reflex 2+ all
Lab :
CBC ; HCT 34%, HGB 12 mg/dL, WBC 12,000 uL, PLT 250,000 uL
LFT ; normal
BUN/Cr ; normal
LDH/uric acid ; normal
Urine albumin ; 1+
Diagnosis : mild preeclampsia
ประเด็นทางคลินิก : สำหรับผู้ป่วยรายนี้ได้รับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และสังเกตุอาการและอาการแสดงว่าเข้าไ้ด้กับภาวะ severe preeclampsia หรือไม่ observe อยู่ 2 วันผู้ป่วยก็มีอาการเจ็บครรภ์คลอด และได้ช่วยคลอดโดยการทำ vacuum extraction เพื่อลด duration of second stage แต่ในช่วงระหว่างเบ่งคลอดผู้ป่วยมีความดัน DBP > 110 mmHg ถึง 2 ครั้ง และได้ให้ยาลดความดันทางหลอดเลือดดำไป ความดันก็ลดดี ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยรายนี้ในช่วง intrapartum มีโอกาสเกิด hypertensive encephalopathy และนำไปสู่ภาวะ eclampsia ได้ ดังนั้นการให้ MgSO4 เพื่อป้องกันอาการชักในช่วง intrapartum น่าจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งโดยปกติทางโรงพยาบาลของเราอาศัยการ expectation เท่านั้น
Q : การให้ MgSO4 สามารถลดอัตราการเกิด eclampsia ในช่วง intrapartum และ post partum ในผู้ป่วย mild preeclampsia ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่
ประเภทคำถาม : Therapy
P : ผู้ป่วย mild preeclampsia
I : ให้ MgSO4 ในช่วง intrapartum และ postpartum 24 hours
C : expectation
O : ลดโอกาสการเกิด eclampsia ไ้ด้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
Case II ผู้ป่วยชายไทย อายุ 28 ปี
C.C. : มีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ มา 1 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล
P.I. : 1 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีอาการปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ร้าวไปกลางอก มักเป็นหลังรับประทานอาหาร มีอาการเรอเปรี้ยวเป็นบางครั้ง ไม่เคยซื้อยาใดมารับประทาน อุจจาระปกติดี ปัสสาวะปกติดี
P.H. :- no underlying disese
- no drug and food allergy
P.E. :
V/S ; BP 120/80 mmHg, BT 37.2ํc, PR 90 bpm, RR 20/min
GA ; good consciousness
HEENT ; not pale, no jaundice
Heart ; normal s1 s2, no murmur
Lung ; clear both lung Rt=Lt, no pleuritic chest pain
Abdomen ; soft, mild tenderness at epigastrium, no hepatosplenomegaly
active bowel sound
Lab : EKG ; normal
ประเด็นทางคลินิก : การวินิจฉัยภาวะ Gastroesophageal reflux disease (GERD) มักอาศัยลักษณะอาการทางคลินิกและให้ยา proton pump inhibitor ไป 2 สัปดาห์ แล้วดูการตอบสนองว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าอาการดีขึ้นก็จะ ให้การวินิจฉัยว่าเป็น GERD และให้การรักษาต่อตามแนวทางของ GERD ซึ่งผมมีความสงสัยว่าการให้การวิจฉัยโดยการใช้ therapeutic diagnostic นี้มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hours pH mornitoring
Q : การใช้ PPI เป็น therapeutic diagnosis for GERD มีความแม่นยำมากเพียงใดเมื่อเทียบกับการทำ 24 hr pH mornitoring
ประเภทคำถาม : diagnosis
P : Gastroesophageal reflux disease patients
I : Proton pump inhibitor (PPI)
C : 24 hours pH mornitoring
O : Accuracy for GERD diagnosis
05/07/2010
Assignment 1 นศพ.ชนิดา ศักดิ์เพชร Case1
หญิงไทยคู่ อายุ 28 ปี
CC:ปวดท้องน้อยข้างขวา 6 hr PTA
PI:6 hr PTA มีอาการปวดท้องบีบๆ ร่วมกับมีเลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด
Hx: no U/D
no food&drug allergy
ปฏิเสธประวัติการกระทบกระแทกบริเวณช่องท้อง
ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง
OB&GYN : P0-0-0-0
ประจำเดือนครั้งสุดท้าย 6 wks PTA มา 3 วัน ปริมาณปกติ
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก 28 วัน ปริมาณ 3-4 วัน
มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 25 ปี
เคยคุมกำเนิดโดยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด 3 ปี PTA เพิ่งหยุดใช้เมื่อ 2 เดือน PTA
PE : V/S : BP 90/65 BT 37.0 PR 90 RR 18
HEENT : mild pale , no jaundice
Heart : normal s1,s2 no murmur
Lung : clear both lungs , Lt = Rt
Abdomen : tenderness at RLQ , no guarding , no rebound tenderness , no mass
PV : NIUB : normal
Vg : normal
Cx : os close , minimal bleeding per os
Ut : normal size & shape
Ad : mass 1 cm and tenderness at right
Cul de sac : bulging
investigation
UPT +ve
B-hCG 2,000
TVS: Rt. complex mass about 1 cm , normal ovaries , empty uterus , hyperdensity of fluid in cul de sac
Q : ผล ultrasound มีความแม่นยำเพียงใด เมื่อเทียบกับผลทาง pathology
ประเภทปัญหาทางคลินิก diagnosis
P: หญิงวัยเจริญพันธุ์ มาด้วยอาการปวดท้องน้อยด้ายขวา
I: Transvaginal ultrasound
C: Pathology
O: Accuracy of dx ectopic pregnancy
CC:ปวดท้องน้อยข้างขวา 6 hr PTA
PI:6 hr PTA มีอาการปวดท้องบีบๆ ร่วมกับมีเลือดออกกระปริดกระปรอยทางช่องคลอด
Hx: no U/D
no food&drug allergy
ปฏิเสธประวัติการกระทบกระแทกบริเวณช่องท้อง
ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุร้ายแรง
OB&GYN : P0-0-0-0
ประจำเดือนครั้งสุดท้าย 6 wks PTA มา 3 วัน ปริมาณปกติ
ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก 28 วัน ปริมาณ 3-4 วัน
มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 25 ปี
เคยคุมกำเนิดโดยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด 3 ปี PTA เพิ่งหยุดใช้เมื่อ 2 เดือน PTA
PE : V/S : BP 90/65 BT 37.0 PR 90 RR 18
HEENT : mild pale , no jaundice
Heart : normal s1,s2 no murmur
Lung : clear both lungs , Lt = Rt
Abdomen : tenderness at RLQ , no guarding , no rebound tenderness , no mass
PV : NIUB : normal
Vg : normal
Cx : os close , minimal bleeding per os
Ut : normal size & shape
Ad : mass 1 cm and tenderness at right
Cul de sac : bulging
investigation
UPT +ve
B-hCG 2,000
TVS: Rt. complex mass about 1 cm , normal ovaries , empty uterus , hyperdensity of fluid in cul de sac
Q : ผล ultrasound มีความแม่นยำเพียงใด เมื่อเทียบกับผลทาง pathology
ประเภทปัญหาทางคลินิก diagnosis
P: หญิงวัยเจริญพันธุ์ มาด้วยอาการปวดท้องน้อยด้ายขวา
I: Transvaginal ultrasound
C: Pathology
O: Accuracy of dx ectopic pregnancy
ASSIGNMENT 1 อ้อมอก บุณยนิตย์
CASE 1: เด็กชายอายุ 3 เดือน มาด้วยไข้ ซึมลง กินนมได้น้อย
CC : ไข้ซึมลง มา 1 วัน PTA
PI :
3 วัน PTA ผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูง ตัวร้อนมาก แม่ได้เช็ดตัว ลดไข้ ร่วมกับให้ยาลดไข้ ไข้ลงดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับไปสูงขึ้นอีก ผู้ป่วยมักร้องเวลาปัสสาวะ
1 วัน PTA แม่สังเกตผู้ป่วยเริ่มซึมลง กินนมได้น้อย ปัสสาวะสีเข้มขึ้น ยังมีไข้สูง จึงพามา รพ.
PH :
- Denied Underlying disease
- Denied food or drug allergy
- NL BW = 3,650 g no complication
- Complete vaccination last age 2 month
- Developement normal
- Nutrition Breast feeding only
PE :
Vital signs : BT 39 c PR 160/min RR 50/min BP 65/45 mmHg
GA : drowsiness
HEENT : normal
Heart & Lung : normal
Genitalia : Phimosis
Others : WNL
ประเด็นทางคลินิก
ปกติในเด็กที่มีอาการคล้าย sepsis จะมีการส่ง investigation ทั้ง hemoculture
และ C-reactive protein และผล C-reactive protein มักจะ positive ในรายที่มีผล
hemoculture ขึ้นเชื้อ
ปัญหาทางคลินิก
C-reactive protein มีความแม่นยำในการวินิจฉัยภาวะ sepsis ในเด็กหรือไม่
P : children
I : C-reactive protein
C : Hemoculture
O : การวินิจฉัยภาวะ sepsis
CASE 2 : เด็กชายไทยอายุ 6 ปี มาด้วยอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น
CC :หอบเหนื่อยมากขึ้น 4 hr ก่อนมาโรงพยาบาล
PI :
1 วันก่อนมารพ. ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ต่ำ ไอ มีน้ำมูกใสเล็กน้อย แม่ให้รับประทานยาลดไข้ ไข้ลงดี ไม่ได้พาไปพบแพทย์ อาการอื่นๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4 ชั่วโมงก่อนมารพ. ผู้ป่วยมีอาการไอมากขึ้น เริ่มมีหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม แม่ได้ยินเสียงหวีดเวลาหายใจเร็ว พ่นยาไป 2 ครั้ง อาการไม่ดีขึ้น ยังหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋มอยู่ จึงพามารพ.
PH :
- Knows case Asthma Control with Ventolin MDI prn
- Denied food & drug allergy
- แม่เป็นโรคหอบหืด
PE :
Vital signs : BT 38 c , PR 100/min , RR 30/min , BP 90/60 mmHg
GA : Consciousness
HEENT : not pale, no jaundice
Lung : Suprasternal notch retraction, expiratory wheezing both lungs.
Others : WNL
ประเด็นทางคลินิก
ตามแนวทางการรักษา asthma หลังจากรักษาด้วย bronchodolator และ
systemic steroid แล้วถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นจะมีการให้ Bricanyl SC
แต่บางแห่งเชื่อว่าการให้ Bricanyl SC ไม่มีประโยชน์ในการรักษา acute asthmatic attack
ปัญหาทางคลินิก
การให้ Bricanyl SC ช่วยในการรักษา acute asthmatic attack ในเด็กหรือไม่
P : children
I : Bricanyl SC
C : ไม่ฉีด Bricanyl
O : clinical ผู้ป่วยดีขึ้น
CC : ไข้ซึมลง มา 1 วัน PTA
PI :
3 วัน PTA ผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูง ตัวร้อนมาก แม่ได้เช็ดตัว ลดไข้ ร่วมกับให้ยาลดไข้ ไข้ลงดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับไปสูงขึ้นอีก ผู้ป่วยมักร้องเวลาปัสสาวะ
1 วัน PTA แม่สังเกตผู้ป่วยเริ่มซึมลง กินนมได้น้อย ปัสสาวะสีเข้มขึ้น ยังมีไข้สูง จึงพามา รพ.
PH :
- Denied Underlying disease
- Denied food or drug allergy
- NL BW = 3,650 g no complication
- Complete vaccination last age 2 month
- Developement normal
- Nutrition Breast feeding only
PE :
Vital signs : BT 39 c PR 160/min RR 50/min BP 65/45 mmHg
GA : drowsiness
HEENT : normal
Heart & Lung : normal
Genitalia : Phimosis
Others : WNL
ประเด็นทางคลินิก
ปกติในเด็กที่มีอาการคล้าย sepsis จะมีการส่ง investigation ทั้ง hemoculture
และ C-reactive protein และผล C-reactive protein มักจะ positive ในรายที่มีผล
hemoculture ขึ้นเชื้อ
ปัญหาทางคลินิก
C-reactive protein มีความแม่นยำในการวินิจฉัยภาวะ sepsis ในเด็กหรือไม่
P : children
I : C-reactive protein
C : Hemoculture
O : การวินิจฉัยภาวะ sepsis
CASE 2 : เด็กชายไทยอายุ 6 ปี มาด้วยอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น
CC :หอบเหนื่อยมากขึ้น 4 hr ก่อนมาโรงพยาบาล
PI :
1 วันก่อนมารพ. ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ต่ำ ไอ มีน้ำมูกใสเล็กน้อย แม่ให้รับประทานยาลดไข้ ไข้ลงดี ไม่ได้พาไปพบแพทย์ อาการอื่นๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4 ชั่วโมงก่อนมารพ. ผู้ป่วยมีอาการไอมากขึ้น เริ่มมีหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม แม่ได้ยินเสียงหวีดเวลาหายใจเร็ว พ่นยาไป 2 ครั้ง อาการไม่ดีขึ้น ยังหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋มอยู่ จึงพามารพ.
PH :
- Knows case Asthma Control with Ventolin MDI prn
- Denied food & drug allergy
- แม่เป็นโรคหอบหืด
PE :
Vital signs : BT 38 c , PR 100/min , RR 30/min , BP 90/60 mmHg
GA : Consciousness
HEENT : not pale, no jaundice
Lung : Suprasternal notch retraction, expiratory wheezing both lungs.
Others : WNL
ประเด็นทางคลินิก
ตามแนวทางการรักษา asthma หลังจากรักษาด้วย bronchodolator และ
systemic steroid แล้วถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นจะมีการให้ Bricanyl SC
แต่บางแห่งเชื่อว่าการให้ Bricanyl SC ไม่มีประโยชน์ในการรักษา acute asthmatic attack
ปัญหาทางคลินิก
การให้ Bricanyl SC ช่วยในการรักษา acute asthmatic attack ในเด็กหรือไม่
P : children
I : Bricanyl SC
C : ไม่ฉีด Bricanyl
O : clinical ผู้ป่วยดีขึ้น